ครีมบัวหิมะที่ให้คุณได้มากกว่า

โรงงานผลิตครีมบัวหิมะ

โรงงานผลิตครีมบัวหิมะกอเอี๊ยะน้ำมันชะมดของห้างขายยาเป่าซู่ถังตั้งอยู่บริเวณเขตฉางผิงเมืองปักกิ่งประเทศจีนก่อตั้งเมื่อปี 1989 โดยความร่วมมือของหน่วยงานหลายภาคส่วนได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมจากรัฐบาลจีนและมาตรฐานอุตสหกรรมนานาชาติGMPห้างขายยาเป่าซู่ถังปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพกว่า 40 ชนิดแต่ที่เป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าชาวไทยคือบัวหิมะกอเอี๊ยะน้ำมันชะมดและเซรั่มโปรตีนใยไหม

ครีมบัวหิมะ

ครีมบัวหิมะสด

ครีมบัวหิมะที่เป็นผลไม้ที่หลายๆคนเรียกว่า “บัวหิมะสด”หรือ “ผลบัวหิมะ”หรือ “หัวบัวหิมะ”หรือ “รากบัวหิมะ”หรือ “บัวหิมะจีน”นั่นแหละหรือในประเทศจีนจะเรียกกันว่า “เสวี่ยเหลียนกว่อ”มีชื่อภาษาอังกฤษว่าYacon (ผลไม้แห่งพระเจ้า) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าSmallanthussonchifolius (Poepp.) H.Rob. จัดอยู่ในวงศ์ทานตะวันเช่นเดียวกับชนิดนแรกบัวหิมะชนิดนี้จะเป็นพืชพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ผลไม้อะไรหรอกครับเพียงแต่เราเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นผลไม้เนื่องจากนิยมนำมารับประทานสดๆนั่นเอง

ครีมบัวหิมะสรรพคุณ

สำหรับครีมบัวหิมะโดยสรรพคุณที่นำมาใช้ในลักษณะเป็นยารักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกซะมากกว่าเป็นครีมบำรุงผิวโดยใช้เป็นยาทาภายนอกและห้ามรับประทานซึ่งเนื้อหอมครีมจะมีสีขาวกลิ่นหอมให้ความรู้สึกสดชื่นและเย็นเล็กน้อยสำหรับการเลือกบัวหิมะก็ควรดูให้ดีด้วยโดยเลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือเพราะครีมบัวหิมะนั้นในท้องตลาดจะมีของปลอมด้วยก็ระวังกันดีๆซึ่งราคาตามท้องตลาดก็ประมาณหลักพันบาทขึ้นไปมีสารต่างๆอย่างวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างธาตุแคลเซียมธาตุแมกนีเซียมธาตุฟอสฟอรัสธาตุเหล็กธาตุไอโอดีนวิตามินเอวิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี12 กรดโฟลิกไบโอตินวิตามินดีวิตามินเคเป็นต้น

คุณสมบัติครีมบัวหิมะ

คุณสมบัติครีมบัวหิมะในการลดอาการแสบร้อนผิวอันเนื่องมาจากไฟไหม้น้ำร้อนลวกหรือถูกสารเคมีนอกจากนี้ยังช่วยลดอาการคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยผื่นแพ้หรือลมพิษใช้แต้มสิวหรือแผลหนองเพื่อลดการอักเสบหรือแม้แตใช้ทาเพื่อลดอาการปวดเมื่อยเนื้อครีมสีขาวข้นบริสุทธิ์มอบกลิ่นหอมอ่อนๆและสัมผัสเย็นสดชื่นทุกครั้งที่ทาซึมสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและไม่ทิ้งคราบขาวเลอะเสื้อผ้า

ข้อควรระวัง

1. ห้ามใช้กับแผลเปิด,แผลสดเปื่อย

2. ระวังอย่าให้เข้าตาและบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆเช่นปากจมูกฯลฯ

3. หากใช้แล้วเกิดผื่นคันบวมแดงระคายเคืองให้หยุดใช้และทำความสะอาดบริเวณที่ทาด้วยน้ำสะอาดแล้วปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

4. หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา1สัปดาห์แล้วอาการป่วยยังไม่บรรเทาหรือดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์

5. ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยานี้